Local SEO คืออะไร ทำยังไงให้ร้านติด Google Maps

·
โต๊ะทำงานพร้อมโมเดลบ้านไม้และหมุดตำแหน่งสีเขียวน้ำทะเล สื่อถึงการทำ Local SEO ให้ธุรกิจท้องถิ่น

โต๊ะทำงานพร้อมโมเดลบ้านไม้และหมุดตำแหน่งสีเขียวน้ำทะเล สื่อถึงการทำ Local SEO ให้ธุรกิจท้องถิ่น

ร้านกาแฟสองร้านอยู่ห่างกัน 300 เมตร คุณภาพเมล็ดพอกัน ราคาต่างกันไม่ถึงสิบบาท แต่ร้านหนึ่งมีคนเดินเข้าทั้งวัน อีกร้านเงียบ ความต่างมักไม่ได้อยู่ที่กาแฟ แต่อยู่ตรงที่พอมีคนหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ว่า “คาเฟ่ใกล้ฉัน” ร้านไหนโผล่ขึ้นมาก่อน

Local SEO คือการทำให้ธุรกิจโผล่ขึ้นมาตอนที่คนใกล้ ๆ กำลังค้นหาสิ่งที่คุณขาย ทั้งบนกล่องแผนที่ด้านบนผลการค้นหาและบน Google Maps มันคือกิ่งหนึ่งของ SEO ที่เล่นกับตัวแปรที่ SEO ทั่วไปไม่มี นั่นคือระยะทาง

Local SEO ต่างจาก SEO ทั่วไปตรงไหน

SEO ทั่วไปแข่งกันทั้งประเทศ ใครเนื้อหาดีกว่า ลิงก์แข็งกว่า ก็ขึ้นก่อน แต่ Local SEO มีกติกาเพิ่มมาข้อหนึ่งที่พลิกเกมทั้งกระดาน คนค้นอยู่ตรงไหน

ผลคือร้านเล็ก ๆ ในซอยเอาชนะเชนใหญ่ได้จริง ถ้าคนค้นยืนอยู่หน้าซอยนั้นพอดี นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจท้องถิ่นควรเริ่มจากตรงนี้ก่อนไปสู้คำใหญ่ระดับประเทศ

หัวข้อ SEO ทั่วไป Local SEO
สนามแข่ง ทั้งประเทศ หรือทั้งโลก รัศมีรอบตัวคนค้น
สิ่งที่ต้องมี เว็บไซต์ เว็บไซต์ บวก Google Business Profile
คำที่คนค้น “เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี” “ร้านขายเครื่องฟอกอากาศ ใกล้ฉัน”
ผลที่โผล่ รายการเว็บ 10 อันดับ กล่องแผนที่ 3 ร้าน แล้วค่อยตามด้วยรายการเว็บ
คนกดแล้วทำอะไรต่อ อ่านต่อ เทียบราคา กดโทร กดขอเส้นทาง เดินเข้าร้าน

ช่องสุดท้ายคือช่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจ คนที่ค้นแบบมีคำว่า “ใกล้ฉัน” ต่อท้าย ส่วนใหญ่ตัดสินใจมาแล้ว เหลือแค่เลือกว่าจะไปร้านไหน

ธุรกิจแบบไหนที่ทำแล้วคุ้ม และแบบไหนที่ไม่ต้องเสียเวลา

ตรงนี้ขอพูดตรง ๆ เพราะเห็นหลายเจ้าลงแรงผิดที่

ธุรกิจที่ได้ผลชัดคือธุรกิจที่ลูกค้าต้องเดินทางมาหา หรือคุณต้องเดินทางไปหาลูกค้า คลินิก ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ ร้านตัดผม โรงเรียนสอนพิเศษ ช่างแอร์ ช่างประปา สปา โรงแรม พวกนี้ Local SEO คือช่องทางหลัก ไม่ใช่ของเสริม

ส่วนธุรกิจที่ขายออนไลน์ล้วน ส่งของทั่วประเทศ ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีพื้นที่ให้บริการชัดเจน อย่างเว็บขายคอร์สออนไลน์หรือ SaaS การทุ่มกับ Local SEO ให้ผลน้อย เอาแรงไปทำ คีย์เวิร์ดเชิงเนื้อหา คุ้มกว่าเยอะ

มีกลุ่มก้ำกึ่งอยู่กลุ่มหนึ่ง ธุรกิจบริการที่ทำงานทางไกลได้แต่ลูกค้าชอบเจอตัว เช่น รับทำบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ฟรีแลนซ์ถ่ายรูป กลุ่มนี้ทำได้ แต่อย่าคาดหวังว่าจะเป็นท่อหลัก ใช้เป็นตัวเสริมความน่าเชื่อถือมากกว่า

Google ใช้อะไรตัดสินว่าใครได้ขึ้นกล่องแผนที่

เรื่องนี้ไม่ต้องเดา Google เขียนไว้ในเอกสารช่วยเหลือของตัวเองว่ามีสามปัจจัย

ปัจจัย Google อธิบายว่า สิ่งที่คุณคุมได้
ความเกี่ยวข้อง (Relevance) โปรไฟล์ธุรกิจตรงกับสิ่งที่คนค้นแค่ไหน กรอกข้อมูลให้ครบ เลือกหมวดหมู่ธุรกิจให้ตรง ใส่รายการสินค้าและบริการ
ระยะทาง (Distance) ธุรกิจอยู่ห่างจากคนค้นเท่าไร คุมไม่ได้เลย นอกจากย้ายร้าน
ความโดดเด่น (Prominence) ธุรกิจเป็นที่รู้จักแค่ไหน นับรวมลิงก์จากเว็บอื่นและจำนวนกับคะแนนรีวิว สะสมรีวิว ทำ ลิงก์จากเว็บอื่น ให้คนพูดถึงร้าน

สังเกตว่ามีปัจจัยเดียวที่คุมไม่ได้ อีกสองตัวคุมได้หมด แปลว่าถ้าร้านคุณอยู่ในทำเลกลาง ๆ แต่โปรไฟล์ครบกว่าและรีวิวเยอะกว่า โอกาสยังเปิดอยู่

อีกประโยคที่ Google เขียนไว้ตรง ๆ และควรจำไว้ให้ขึ้นใจ คือไม่มีวิธีจ่ายเงินเพื่อซื้ออันดับในผลการค้นหาท้องถิ่น ถ้ามีเอเจนซี่ไหนบอกว่าจ่ายแล้วดันขึ้นกล่องแผนที่ได้เลย นั่นคือสัญญาณให้เดินออก อ่านเอกสารต้นฉบับของ Google

เริ่มจาก Google Business Profile ก่อนอย่างอื่นทั้งหมด

ถ้ายังไม่มีโปรไฟล์ธุรกิจบน Google เรื่อง Local SEO ที่เหลือแทบไม่มีความหมาย เพราะกล่องแผนที่ดึงข้อมูลจากตรงนี้ล้วน ๆ

ขั้นตอนคร่าว ๆ คือสมัคร กรอกข้อมูล แล้วยืนยันตัวตนธุรกิจ ซึ่ง Google อาจให้ยืนยันผ่านไปรษณียบัตร โทรศัพท์ อีเมล หรือถ่ายวิดีโอร้าน ขึ้นกับประเภทธุรกิจ ขั้นยืนยันนี่แหละที่คนติดนานที่สุด บางเจ้ารอไปรษณียบัตรเป็นสัปดาห์

บางร้านเปิดมานานจะพบว่า Google สร้างโปรไฟล์ให้ไว้แล้วจากข้อมูลที่รวบรวมเอง กรณีนี้ไม่ต้องสร้างใหม่ ให้กดอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแทน ถ้าสร้างซ้ำจะกลายเป็นโปรไฟล์ซ้ำซ้อนซึ่งแก้ยากกว่าเดิม

พอยืนยันเสร็จ สิ่งที่ต้องกรอกให้ครบมีตามนี้

  • หมวดหมู่หลัก เลือกให้ตรงที่สุดเท่าที่มีให้เลือก ร้านกาแฟที่ขายเค้กด้วยควรเลือก “ร้านกาแฟ” เป็นหลัก ไม่ใช่ “ร้านอาหาร” กว้าง ๆ
  • เวลาทำการ รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ ข้อนี้ Google ระบุไว้เองว่าให้อัปเดตให้เป็นปัจจุบัน
  • เบอร์โทรที่รับสายจริง
  • ลิงก์เว็บไซต์ ชี้ไปหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่หน้าแรกเสมอไป ถ้ามีหลายสาขาให้ชี้หน้าสาขานั้น
  • รูปถ่าย หน้าร้าน ภายใน สินค้า ทีมงาน รูปจริงจากมือถือใช้ได้ดีกว่ารูปสต็อกสวย ๆ
  • รายการสินค้าและบริการ ช่องนี้คนข้ามบ่อยมาก ทั้งที่มันช่วยเรื่องความเกี่ยวข้องโดยตรง

NAP ต้องตรงกันทุกที่ จุดที่คนพลาดมากที่สุด

NAP ย่อมาจาก Name, Address, Phone ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร หลักการง่ายมาก สามอย่างนี้ต้องเขียนเหมือนกันเป๊ะทุกที่ที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ต

ฟังดูง่าย แต่ของจริงมันเละกว่านั้น

ร้านเดียวกันเขียนที่อยู่บน Google ว่า “123/4 ถ.สุขุมวิท” เขียนบนเฟซบุ๊กว่า “123/4 ถนนสุขุมวิท” เขียนบนเว็บตัวเองว่า “123/4 สุขุมวิท” แล้วเบอร์โทรบางที่ใส่ 02-123-4567 บางที่ใส่ 021234567 พอ Google ไล่เก็บข้อมูลแล้วเจอไม่ตรงกัน มันจะไม่มั่นใจว่าทั้งหมดนี้คือร้านเดียวกันไหม ความมั่นใจที่ลดลงกระทบตรงปัจจัยความโดดเด่น

วิธีแก้ไม่ซับซ้อน เปิดไฟล์ไว้หนึ่งไฟล์ เขียน NAP เวอร์ชันมาตรฐานลงไป แล้วไล่แก้ทุกที่ให้ตรงกับไฟล์นั้น เฟซบุ๊ก ไลน์ทางการ เว็บไซต์ เว็บรวมร้าน ไดเรกทอรีธุรกิจ ทำครั้งเดียวจบ แล้วเวลามีข้อมูลเปลี่ยนก็แก้จากไฟล์กลางนี้

รีวิว ขอยังไงไม่ให้ผิดกฎ

รีวิวเข้าปัจจัยความโดดเด่นโดยตรง Google นับทั้งจำนวนและคะแนน และในเอกสารของ Google เองก็แนะนำให้ตอบรีวิวลูกค้าด้วย

สิ่งที่ทำได้ ขอรีวิวจากลูกค้าจริงหลังใช้บริการเสร็จ ทำ QR code ชี้ไปหน้ารีวิวติดไว้ที่เคาน์เตอร์ ส่งลิงก์ทางไลน์หลังปิดงาน ใส่ลิงก์ท้ายใบเสร็จ วิธีพวกนี้ปกติทั้งหมด

สิ่งที่ห้ามทำ ซื้อรีวิว จ้างคนไม่เคยใช้บริการมาเขียน แลกรีวิวกับส่วนลด หรือกรองเฉพาะลูกค้าที่พอใจให้ไปรีวิว พวกนี้ผิดนโยบายของ Google และโดนลบยกชุดได้ ซึ่งเจ็บกว่าไม่มีรีวิวเลย

เรื่องรีวิวแย่ อย่าไปกลัวมากเกิน ร้านที่มีแต่ห้าดาวล้วนห้าสิบอันดูปลอมกว่าร้านที่มีสี่ดาวปนสามดาวบ้าง สิ่งที่คนอ่านดูจริง ๆ คือเจ้าของตอบยังไง ตอบสุภาพ ตอบตรงประเด็น เสนอทางแก้ นั่นคือโฆษณาชั้นดีที่ลูกค้าคนต่อไปได้อ่าน

เว็บไซต์ยังต้องทำ อย่าหยุดแค่โปรไฟล์

หลายคนเข้าใจว่าทำ Local SEO คือทำแค่ Google Business Profile ให้ดี จริง ๆ แล้วเว็บไซต์ยังเป็นตัวหนุนสำคัญ เพราะ Google ใช้เว็บของคุณช่วยยืนยันว่าธุรกิจนี้มีตัวตนและทำอะไร

สิ่งที่ควรมีบนเว็บ

  • ที่อยู่และเบอร์โทรแสดงเป็นข้อความจริง ไม่ใช่ฝังอยู่ในรูปภาพ เพราะ Google อ่านรูปไม่ออก
  • ฝัง Google Maps ของร้านไว้ในหน้าติดต่อ
  • ถ้ามีหลายสาขา ทำหน้าแยกต่อสาขา หน้าละสาขา อย่ายัดรวมหน้าเดียว
  • ใส่ชื่อพื้นที่ในหน้าเว็บอย่างเป็นธรรมชาติ “ร้านซ่อมนาฬิกา ย่านอารีย์” อ่านลื่นกว่า “ร้านซ่อมนาฬิกา กรุงเทพ ปทุมวัน อารีย์ ลาดพร้าว” ที่ยัดชื่อเขตรัว ๆ ซึ่งเข้าข่ายยัดคีย์เวิร์ด
  • จัด โครงสร้างหน้าให้ถูกหลัก On-Page ทั้ง title หัวข้อ และเนื้อหา

ข้อที่คนทำผิดบ่อยสุดคือข้อแรก ร้านจำนวนมากทำที่อยู่เป็นรูปภาพสวย ๆ ในหน้าติดต่อ แล้วสงสัยว่าทำไม Google ไม่รู้จักที่ตั้ง

วัดผลยังไงว่าที่ทำไปได้ผล

Local SEO วัดยากกว่า SEO ทั่วไปนิดหนึ่ง เพราะผลลัพธ์บางส่วนเกิดนอกเว็บ ตัวเลขที่ควรดูมีสี่กลุ่ม

  • ในหน้าจัดการ Google Business Profile ดูจำนวนคนเห็นโปรไฟล์ กดโทร กดขอเส้นทาง กดเข้าเว็บ ตัวเลขสองอันกลางคือตัวที่ใกล้เงินที่สุด
  • อันดับบนแผนที่ ลองค้นจากตำแหน่งจริงหลาย ๆ จุดรอบร้าน เพราะอันดับเปลี่ยนตามจุดที่ยืน ค้นจากในร้านตัวเองแล้วเห็นอันดับหนึ่งไม่ได้แปลว่าคนอื่นเห็นเหมือนกัน
  • จำนวนและคะแนนรีวิว ดูเป็นรายเดือน โตช้าแต่ต้องโต
  • ทราฟฟิกเข้าเว็บจากการค้นหา ดูใน Google Search Console

กรอบเวลาที่สมเหตุสมผล ถ้าเริ่มจากศูนย์ กว่าโปรไฟล์จะยืนยันเสร็จและข้อมูลนิ่งก็กินเวลาไปพอสมควรแล้ว ส่วนอันดับบนแผนที่ขยับเร็วกว่าอันดับบนผลค้นหาปกติอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่ากี่วัน ใครบอกตัวเลขเป๊ะ ๆ ให้ระวังไว้ก่อน

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Local SEO

ไม่มีหน้าร้าน ทำงานที่บ้าน ทำ Local SEO ได้ไหม

ได้ Google มีประเภทธุรกิจแบบให้บริการนอกสถานที่ ที่ซ่อนที่อยู่จริงแล้วระบุพื้นที่ให้บริการแทน เหมาะกับช่างที่วิ่งไปหาลูกค้า แต่ต้องยืนยันตัวตนตามปกติ

ทำ Local SEO เองได้ไหม หรือต้องจ้าง

ส่วนที่เป็นการตั้งค่าโปรไฟล์และจัด NAP ให้ตรงกัน เจ้าของร้านทำเองได้หมด ไม่ต้องเขียนโค้ด ส่วนที่เริ่มยากคือตอนต้องแก้โครงสร้างเว็บ ทำหน้าสาขา หรือแข่งในพื้นที่ที่มีคู่แข่งเยอะและทำกันจริงจัง ตรงนั้นค่อยหาคนช่วย

มีหลายสาขา ต้องทำโปรไฟล์แยกทุกสาขาไหม

ต้องแยก หนึ่งสาขาหนึ่งโปรไฟล์ และแต่ละโปรไฟล์ควรชี้ไปหน้าเว็บของสาขานั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่ชี้หน้าแรกเหมือนกันหมด

คู่แข่งเปิดทีหลังแต่ขึ้นก่อน เป็นเพราะอะไร

ดูสามอย่างเทียบกัน โปรไฟล์เขาครบกว่าไหม รีวิวเขาเยอะกว่าไหม และร้านเขาอยู่ใกล้จุดที่คุณกำลังค้นมากกว่าหรือเปล่า ข้อสุดท้ายนี่คนมักลืม แล้วสรุปเองว่าโดนกดอันดับ

Local SEO กับการยิงแอด Google ต่างกันยังไง

แอดจ่ายแล้วขึ้นทันที หยุดจ่ายก็หายทันที Local SEO ใช้เวลาสะสมแต่อยู่ต่อได้โดยไม่เสียเงินต่อคลิก และอย่างที่บอกไปข้างบน เงินซื้ออันดับในกล่องแผนที่ไม่ได้ ต้องสะสมเอาเอง

เริ่มจากสามข้อนี้ก่อน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เอาสามข้อนี้ไปทำสัปดาห์นี้ก็พอ

  1. เช็กว่ามีโปรไฟล์ธุรกิจบน Google อยู่แล้วหรือยัง ถ้ามีแล้วแต่ยังไม่ได้อ้างสิทธิ์ ให้กดอ้างสิทธิ์
  2. เปิดเว็บ เฟซบุ๊ก และโปรไฟล์ Google ขึ้นมาวางเทียบกัน แล้วแก้ NAP ให้ตรงกันทั้งสามที่
  3. ขอรีวิวจากลูกค้าจริงห้าคนแรก แล้วตอบทุกรีวิวที่เข้ามา

สามข้อนี้ใช้เวลาไม่ถึงวันทำงาน และเป็นฐานที่ทุกอย่างหลังจากนี้ต้องยืนอยู่บนมัน

ถ้าอยากได้คนช่วยดูว่าธุรกิจคุณควรลงแรงตรงไหนก่อน บริการที่ปรึกษา SEO ของพบคุณ ตรวจให้ทั้งระบบแล้วเรียงให้ว่าอะไรควรแก้ก่อนหลัง หรือถ้าอยากทำเองเป็นทั้งกระบวนการ คอร์สเรียน SEO ออนไลน์ ตอนนี้เปิดให้เรียนฟรีทุกระดับ